head-bankroksingkhon
โรงเรียนบ้านโกรกสิงขร
head-bankroksingkhon
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านโกรกสิงขร
หน้าหลัก » นานาสาระ » ครอบครัวที่พัง

ครอบครัวที่พัง

อัพเดทวันที่ 3 พฤศจิกายน 2020

ครอบครัวที่พัง เพราะบริษัทล้มละลาย

ครอบครัวที่พัง

ครอบครัวที่พัง ความผิดพลาดจากการดำเนินชีวิตรวมทั้งความโลภในทรัพย์สินเงินทองทำให้ชีวิตของผมต้องตกอยู่ในสภาวะของบุคคลล้มละลายตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา ผมเองไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าชีวิตเราเดินทางมาถึงจุดนี้ได้ ผมมานึกทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นลำดับตั้งแต่สาเหตุที่เป็นจุดเริ่มต้นจนถึงสถานะปัจจุบันของการที่ต้องตกเป็นบุคคลล้มละลายของผม และผมขออนุญาตนำมาเล่าสู่กันฟังเพื่อเป็นอนุสติเตือนใจให้กับท่านให้มีสติในการใช้ชีวิตโดยเฉพาะกับเรื่อง เงินและครอบครัว ขออย่าให้ท่านต้องประสบกับความหายนะในชีวิตแบบผมเลย

 

สมัยก่อนปี พ.ศ 2555 ผมยังอยู่ในสถานะของมนุษยษ์เงินเดือนและมีตำแหน่งหน้าที่สูงพอควรในบรัษัทที่ผมทำงานอยู่ ผมจึงมีเงินเดือนที่ค่อนข้างสูงและใช้ชีวิตอย่างค่อนข้างฟุ้งเฟ้อโดยไม่คำนึงถึงความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นได้โดยเฉพาะทางด้านฐานะทางการงานและการเงิน ในปีนั้นเองบริษัทที่ผมทำงานอยู่ได้เกิดวิกฤตการทางการเงินและขาดสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ ทำให้บริษัทมีความจำเป็นต้องปรับลดพนักงานโดยการขอให้ออกจากงานด้วยความสมัครใจ ผมเป็นผู้หนึ่งที่ขอเข้าโครงการนี้โดยได้รับเงินก้อนใหญ่และเงินสะสมจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สำหรับเรื่องกองทุนสำรองเลี้ยงชีพนี้ผมตัดสินใจผิดมากที่ได้ปิดบัญชีเพื่อนำเงินออกมาจึงอยากฝากเป็นข้อคิดว่าเงินส่วนนี้ยังสามารถฝากเอาไว้ที่บริษัทจัดการกองทุนเดิมได้หากเราสามารถได้งานที่ใหม่ที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเหมือนกันเรายังสามารถโอนเงินจากกองทุนเดิมไปฝากต่อที่กองทุนใหม่ได้เหมือนกัน

 

แม้ว่าผมจะออกจากงานแล้วแต่ผมกลับยังสนุกที่จะใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ ในฐานะของนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์และผมได้ไปเช่าอพาร์ทเมนท์อยู่ และขายบ้านของผมที่อยู่ถนนรังสิต-นครนายก พร้อมกับไปซื้อบ้านเดี่ยวที่จังหวัดสุโขทัยและนำเงินส่วนใหญ่ที่มีไปลงทุนสร้างร้านอาหารและคาราโอเกะให้กับภรรยาที่นั่นด้วย แต่จุดเริ่มต้นของหายนะในชีวิตผมจริงๆ เกิดจากการที่ภรรยาของผมเขาเกิดอยากทำธุรกิจขึ้นอีกอย่างคือการปล่อยเงินกู้นอกระบบเนื่องจากภรรยาผมคนนี้เป็นคนมีเพื่อนมากและมีความคิดว่าในต่างจังหวัดยังมีชาวบ้านหรือพ่อค้าแม่ค้าที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินด่วนแต่ไม่สามารถเข้าถึงสถาบันการเงินได้ ผมจึงต้องกลายเป็นนายทุนเงินกู้นอกระบบ โดยใช้เงินเย็นที่มีอยู่รวมทั้งเงินกู้จากเครดิตเดิมที่ผมมีกับสถาบันการเงินหลายแห่งอย่างเช่นบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อระยะสั้น ซึ่งการกู้ยืมเงินจากแหล่งเงินกู้เหล่านี้เพื่อมาใช้เป็นเงินหมุนทำธุรกิจนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะเงินกู้ประเภทนี้คิดดอกเบี้ยสูงกว่าสินเชื่อเพื่อการทำธุรกิจทั่วไปของสถาบันการเงินมาก

 

แต่ก็อย่างที่บอกไปแล้วว่าผลประโยชน์ที่เกิดจากการปล่อยเงินกู้นอกระบบมันมีมากและก็หอมหวานน่าหลงไหล แม้ว่าผมจะรู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายเนื่องจากเราคิดดอกเบี้ยสูงกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้มาก

และที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นคือภรรยาของผมขอให้ผมเอาบ้านที่สุโขทัยไปจำนองกับธนาคารอาคารสงเคราะห์เพื่อนำเงินออกมาอีกล้านกว่าบาทเพื่อเอามาเป็นทุนสำหรับการปล่อยเงินกู้ ทำให้ผมเป็นลูกหนี้ของธนาคารและสถาบันการเงินทั้งสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อจากบัตรเงินด่วนต่างๆไปพร้อมๆกัน

 

แล้วมันก็มาถึงความพินาศของผมเมื่อภรรยาผมซึ่งผมมาทราบภายหลังว่าได้นอกใจผมมานานแล้วได้เชิดเงินลงทุนในธุรกิจเงินกู้ทั้งหมดหนีไป ทำให้ผมไม่สามารถจะหาเงินจำนวนหลายล้านบาทมาใช้หนี้สถาบันการเงินเหล่านี้ได้อีกและค่อยๆทะยอยถูกฟ้องในคดีแพ่งหลายคดีและมีคำสั่งศาลให้ชดใช้เงินให้กับสถาบันการเงินเหล่านั้น แต่ผมเองรู้ตัวดีว่าเราก็ไม่อยู่ในสถานะที่จะหาเงินมาใช้หนี้ให้ได้

 

ในที่สุดธนาคารอาคารสงเคราะห์ก็ฟ้องล้มละลายผมต่อศาลเมื่อปลายปีพ.ศ. 2562 นั่นคือจุดเริ่มต้นของการตกเป็นจำเลยในคดีล้มละลายของผม วันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2563 ศาลมีคำสั่งต่อผมให้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ผมจึงต้องไปรายงานตัวกับสำนักงานบังคับคดีเพื่อกล่าวคำสาบานและส่งมอบเอกสารหลักฐานและทรัพย์สินทั้งหมดที่มีเหลืออยู่ ไม่ว่าจะเป็นเงินฝากในบัญชีธนาคาร กรมธรรม์ประกันชีวิตและหลักฐานการลงทุนอื่นๆ ที่มีให้กับกรมบังคับคดีและอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพื่อรวบรวมไว้ไปให้เจ้าหนี้ต่อไป พร้อมกันนี้กรมบังคับคดีก็ได้ประกาศให้เจ้าหนี้รายอื่นทุกรายมาแสดงความประสงค์ขอรับชำระหนี้ภายในประมาณ 30 วัน หากไม่มาติดต่อก็จะถือว่าสละสิทธิ์ในการรับชำระหนี้ ผมทราบว่ามีธนาคารสองรายมาแสดงความประสงค์ขอรับชำระหนี้ แต่กฏหมายล้มละลายก็เปิดโอกาสให้จำเลยทำการขอประนอมหนี้กับเจ้าหนี้ได้หากตกลงกันได้ก็สามารถร้องขอให้ศาลยกเลิกการล้มละลายได้ แต่ผมก็ไม่อยู่ในฐานะที่ทำเช่นนั้นได้จึงไม่ขอประนอมหนี้

 

สถานะของการเป็นจำเลยในคดีล้มละลายและถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดคือเราไม่สามารถจะไปทำธุรกรรมใดๆ กับสถาบันทางการเงินได้ ทุกสิ่งอย่างต้องได้รับการอนุญาตจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามแต่จะเห็นสมควร อย่างตัวผมเองมีความจำเป็นที่จะต้องขอรับเงินบำนาญชราภาพจากสำนักงานประกันสังคมเพื่อใช้ดำรงชีวิตก็ต้องขออนุญาตเปิดบัญชีออมทรัพย์เพื่อขอรับเงินจำนวนนี้ได้จำนวนเดียวในแต่ละเดือน โดยไม่สามารถเบิกจากตู้เอทีเอ็มหรือระบบออนไลน์ของธนาคารได้ การเบิกเงินจำนวนนี้จะต้องนำสมุดฝากเงินไปเบิกที่ธนาคารเท่านั้นและธนาคารต้องขออนุมัติจ่ายทุกครั้งซึ่งต้องใช้เวลารอนานมากในแต่ละครั้งที่ไปเบิกเงิน

 

ในที่สุดเมือวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2563 ศาลมีคำสั่งให้ผมเป็นบุคคลล้มละลาย ซึ่งข้อดีของการที่ศาลมีคำสั่งให้ตกเป็นบุคคลล้มละลายคือหากจำเลยปฏิบัติตามระเบียบและไม่ละเมิดคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก็จะได้รับการปลดจากการล้มละลายในสามปีโดยอัตโนมัติ เและหนี้สินเดิมทั้งหมดที่มีก็จะถูกยกเลิกไปเราก็จะกลายเป็นคนใหม่ที่มีอิสระไม่ตกอยู่ในสถานะถูกจองจำทางการเงินอีกต่อไป

 

การที่ผมเอาเรื่องราวส่วนตัวเกี่ยวกับความล้มเหลวและความผิดพลาดในชีวิตจนส่งผลให้ผมกลายเป็นบุคคลล้มละลายมาเล่าให้ฟัง บางครั้งผมก็มีความคิดว่ามันน่าอายเหมือนกัน แต่ผมมีความตั้งใจจริงๆ ที่จะแบ่งปันปันเรื่องราวในชีวิตของผมให้เป็นข้อเตือนสติให้แก่สังคมหลังจากที่ผมได้ปฏิบัติธรรมและปล่อยวางในเรื่องความอับอายกับเรื่องเหล่านี้ มีคนมากมายในสังคมที่อยู่ในสถานะเดียวกับผมที่ไม่อยากให้ใครๆ รู้ว่าตนอยู่ในสถานะบุคคลล้มละลายซึ่งผมเข้าใจเขาครับ

 

 

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนบ้านโกรกสิงขร
โรงเรียนบ้านโกรกสิงขร
โรงเรียนบ้านโกรกสิงขร
โรงเรียนบ้านโกรกสิงขร