head-bankroksingkhon
โรงเรียนบ้านโกรกสิงขร
head-bankroksingkhon
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านโกรกสิงขร
หน้าหลัก » นานาสาระ » ประเภทของอาหาร ที่ส่งผลเสียต่อตับอย่างมากเพราะสาเหตุใด?

ประเภทของอาหาร ที่ส่งผลเสียต่อตับอย่างมากเพราะสาเหตุใด?

อัพเดทวันที่ 21 มิถุนายน 2021

 

ประเภทของอาหารประเภทของอาหาร ที่งส่งผลต่อหากเรารับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ก็จะทำลายตับได้เพียงเล็กน้อยก็จะทำให้ตับถูกทำลายและในกรณีรุนแรงจะนำไปสู่ไขมันพอกตับ ตับแข็ง มะเร็งตับ และปัญหาตับต่างๆ มากมาย ผู้ที่มีนิสัยการรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อไปนี้ควรค่าแก่การเฝ้าระวัง

หากเรารับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ก็จะทำลายตับได้ เพียงเล็กน้อยก็จะทำให้ตับถูกทำลาย และในกรณีรุนแรงจะนำไปสู่ไขมันพอกตับ ตับแข็ง มะเร็งตับ และปัญหาตับต่างๆ มากมาย ผู้ที่มีนิสัยการรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อไปนี้ควรค่าแก่การเฝ้าระวังตับเป็นอวัยวะเมตาบอลิซึม ที่ใหญ่ที่สุดของร่างกายมนุษย์ อาหารที่เรากินทุกวันจะถูกย่อย และดูดซึมโดยทางเดินอาหาร จากนั้นเข้าสู่โรงงานเคมี ของตับเพื่อแปรรูป ผลิตโปรตีนในพลาสมาที่จำเป็น ไลโปโปรตีน ไกลโคเจน และคอเลสเตอรอล สิ่งที่ต้องเตือนคือตับทำงานในความมืดมิด เราต้องใส่ใจกับสุขภาพของตับ

“ประเภทของอาหาร”คนที่มีตับไม่ดีมักจะชอบทาน

1. ไวน์ อะซีตัลดีไฮด์ ซึ่งเป็นสารเมแทบอไลต์ ระดับกลางของแอลกอฮอล์ มีผลเป็นพิษอย่างมากต่อเซลล์ตับ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของเซลล์ตับ นำไปสู่เนื้อร้ายของเซลล์ตับ และการเสื่อมสภาพ และแม้กระทั่งการเกิดพังผืดในตับ หากคุณพบโรคตับอักเสบ หรือตับจากแอลกอฮอล์ และยังคงดื่มแอลกอฮอล์ต่อไป อาจกลายเป็นโรคตับแข็งใน 3ถึง5 ปี

2. อาหารขึ้นรา อาหารหลายชนิดมีแนวโน้ม ที่จะเน่าเสียและขึ้นรา เช่น ผลไม้ เพื่อนบางคนประหยัดกว่า คิดว่าความร้อนจะดี โยนส่วนที่ขึ้นราทิ้งแล้ว กินที่เหลือผลไม้บางชนิด สุกใสด้านนอกและขึ้นราด้านใน เราต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะการกินอาหารดังกล่าวเป็นเวลานาน อาจทำให้ตับเสียหายได้ง่าย เนื่องจากอาหารที่มีเชื้อรา อาจมีสารอะฟลาทอกซินอยู่ด้วย แม้จะให้ความร้อนก็ตาม จะไม่ถูกทำลาย และเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะทำลายตับ และไตของเราโดยตรง และก่อให้เกิดมะเร็ง

3. อาหารที่มีไขมันสูงและน้ำตาลสูง อาหารไขมันสูงและน้ำตาลสูง สามารถเพิ่มภาระการเผาผลาญไขมัน และคาร์โบไฮเดรตของตับได้อย่างง่ายดาย ไขมันส่วนเกินจะสะสมในตับ จนเกิดเป็นไขมันพอกตับ หากไม่ใส่ใจไขมันพอกตับ วิถีชีวิตของคุณไม่เปลี่ยนแปลง และคุณไม่ได้ตรวจตับเป็นประจำ การพัฒนาตามธรรมชาติ อาจนำไปสู่โรคตับแข็งและมะเร็งตับได้

4. หมากพลู เมื่อพูดถึงหมาก หลายคนอาจรู้สึกแปลกใจ เพราะคนส่วนใหญ่คิดว่าหมากเกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งในช่องปาก ที่จริงหมากก็ทำให้เกิดมะเร็งตับได้เช่นกัน องค์การระหว่างประเทศเพื่อการวิจัยโรคมะเร็ง ระบุว่าหมากเป็นสารก่อมะเร็ง กระบวนการเคี้ยวหมากทำให้เกิดอนุพันธ์ของไนโตรซามีน ซึ่งอาจทำให้ DNA methylation และ cyanoethylation ของเซลล์ตับ

ซึ่งเป็นพิษต่อเซลล์ตับ นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับหมาก และพบว่าความเสียหายต่อตับจากหมาก จะเพิ่มขึ้นตามปริมาณการเคี้ยวที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นการบริโภคหมากในระยะยาว จึงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับ หลายคนมองข้ามประเด็นนี้ไปโดยสิ้นเชิง นอกจากนี้ พ่อค้าแม่ค้ายังไปตลาดเพื่อส่งเสริมหมากอย่างมาก ปัจจุบัน หลายคนมีนิสัยชอบกินหมาก

มีรายงานผู้ป่วยมะเร็งตับ ที่เกิดจากการกินหมาก คุณบอย อายุ 35 ปี มีอาการทรุดโทรม โดยไม่ทราบสาเหตุ และความอ่อนแอทั่วไปเมื่อ 1 ปีที่แล้ว ตอนแรกเขาคิดว่ามันยากเกินไปที่จะทำงาน แต่ต่อมาพบว่ายังคงเป็นแบบนี้ หลังจากพักผ่อนและไปโรงพยาบาล หลังจากนั้นผลการตรวจพบว่ามีเอนไซม์ transaminase สูง แพทย์สงสัยว่าเป็นโรคตับ ตับอักเสบ บี Zou ไม่ใช่แอลกอฮอล์ หมากทานวันละเม็ด กิน 5 มื้อ กินมากกว่า 10 ปี แล้วหมอให้ตรวจตับก่อน พบว่าเป็นมะเร็งตับ ก็ควรค่าแก่การตักเตือน

กล่าวโดยย่อ หากคุณต้องการปกป้องตับ คุณต้องให้ความสำคัญกับอาหารมากขึ้น อาหารข้างต้นควรกินให้น้อยลง เพื่อปกป้องตับ เราต้องการอาหารที่สมดุล เพิ่มสัดส่วน ควรอาหารมังสวิรัติอย่างเหมาะสม ผักและผลไม้สดมากขึ้น และวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดี การตรวจร่างกายเป็นประจำ ได้แก่ การตรวจเลือด การตรวจอัลตราซาวนด์ และการตรวจ CT สำหรับตับ

 

 

อ่านบทความต่อไป คลิ๊ก !!!    ครีมกันแดด การเลือกใช้ครีมกันแดด ผิวที่โดนแดดมีปฏิกิริยาอย่างไรต่อผิวหนัง

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนบ้านโกรกสิงขร
โรงเรียนบ้านโกรกสิงขร
โรงเรียนบ้านโกรกสิงขร
โรงเรียนบ้านโกรกสิงขร