head-bankroksingkhon
โรงเรียนบ้านโกรกสิงขร
head-bankroksingkhon
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านโกรกสิงขร
หน้าหลัก » นานาสาระ » ม้า ผู้ซื่อสัตย์

ม้า ผู้ซื่อสัตย์

อัพเดทวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2021

ม้า ผู้ซื่อสัตย์ 

ม้า

ม้า ณ กลางป่าแห่งหนึ่งได้มีม้าสีขาวนวลได้รับบาดเจ็บและได้กำลังวิ่งหนีบางอย่างอยู่หมาตัวนั้นวิ่งควบอย่างไม่คิดชีวิตทั้งทั้งที่ขาของมันบาดเจ็บและมีเลือดไหลซึมอยู่ตลอดเวลามันได้วิ่งจนสุดฝีเท้าจนมาถึงเขตของเมืองเมืองหนึ่งในขณะที่มันวิ่งพุ่งไปอย่างรวดเร็วที่จะเข้าไปยังเมืองเมืองนั้นแต่จู่จู่เท้ามันก็ได้สะดุดอะไรบางอย่างแล้วทำให้ร่างของมันเซถลาล้มลงไปในพุ่มหนามหมาสีขาวนวลพยายามดิ้นรนเพื่อให้ตนเองหลุดออกจากพุ่มหนามนั้นแต่ยิ่งพยายามเท่าไหร่ มันก็ยิ่งบาดเจ็บมากขึ้นแล้วเถาวัลย์เส้นใหญ่ก็ได้รัดข้อเท้าของมันแน่นขึ้นเรื่อยเรื่อยจนในที่สุดหมาสีขาวนวลตัวนั้นก็เริ่มสงบนิ่งลงและนอนส่งเสียงร้องเบาเบาด้วยความเจ็บปวด

อยู่อย่างนั้นถัดไปจากปากกว้างแห่งนั้นขึ้นไปทางทิศเหนือยังมีเมืองเมืองหนึ่งชื่อว่าเมืองน่านฟ้าซึ่งเมืองน่านฟ้านั้นมีผู้คนอาศัยอยู่มากมายและมีทหารคอยดูแลบ้านเมืองอย่างแข็งขันโดยมีแม่ทัพใหญ่ชื่อว่าลือชาคอยดูแลทหารแล้วคอยส่งทหารออกไปลาดตระเวนอยู่รอบเมืองอย่างสม่ำเสมอ ที่แม่ทัพลือชาต้องส่งก็หารออกไปลาดตระเวนอยู่รอบเมืองอย่างสม่ำเสมอก็เพราะว่าเมืองทางด้านทิศใต้ที่มีชื่อว่าเมืองไชยาชาลนั้นมักจะหาช่องทางบุกเข้ามาโจมตีเมืองน่านฟ้าอยู่บ่อยๆ เพราะเมืองไชยาชาลหวังจะยึดเมืองน่านฟ้าให้ได้

แต่ไม่ว่าเมืองไชยาชาลจะใช้ทุกวิถีทางในการทำศึก พวกเขาก็ไม่เคยเอาชนะเมืองน่านฟ้าได้เลยแม้แต่ครั้งเดียวแต่แม่ทัพลือชาก็ไม่เคยประมาทเขายังคงฝึกอบรมสั่งสอนทหารอยู่เสมอ และคอยส่งทหารออกไปลาดตระเวนคอยดูแลความสงบสุขให้กับชาวบ้านชาวเรือนรวมทั้งจับตาดูพวกข้าศึกว่าเคลื่อนไหวอะไรกันบ้าง แม่ทัพลือชานั้นมีทหารฝีมือดีอยู่หลายคนและหนึ่งในนั้นก็คือรือเชดซึ่งเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของแม่ทัพลือชานั่นเอง เพราะรือเชดเป็นลูกชาย จึงได้ฝึกอบรมเรื่องการทหารมาตั้งแต่ยังเด็กแล้วรือเชดจึงคอยเป็นหูเป็นตาคอยดูแลทหารให้กับคนเป็นพ่ออีกด้วย

และการออกไปลาดตระเวนรอบรอบเมืองรือเชคก็มักจะเป็นหัวหน้านำทหารออกไปเสมอจนอยู่มาวันหนึ่งได้มีนายทหารเข้ามารายงานกับแม่ทัพลือชา ว่ามีทหารจากเมืองไชยาชาลออกมาเพ่นพ่านอยู่นอกเมืองหลายคน แม่ทัพลือชาเลยสั่งให้รือเชด ออกนำทัพไปหาข่าว เจ้าจงนำทหารฝีมือดีออกไปตรวจตราดู ขอรับท่านพ่อ แล้วเจ้าจงจำไว้ว่าอย่าแสดงตัวให้ข้าศึกเห็นเป็นอันขาด เมื่อรือเชดได้รับคำสั่งจากพ่อก็เรียกทหารฝีมือดีก็มา แล้วเค้าได้ขี่ม้านำหน้าออกไปรือเชดได้พาทหารออกลาดตระเวนไปเรื่อยเรื่อย อย่างระมัดระวังแต่ตลอดเส้นทางในป่ารอบรอบเมืองนั้นไม่ได้มีสิ่งใดผิดปกติและรือเชเจึงคิดว่า

เขาอาจจะต้องลาดตระเวนเข้าไปใกล้กลับเมืองไชยาชาลอีกสักหน่อยเผื่อจะหาข่าวให้ได้ง่ายขึ้นเมื่อแจ้งจุดประสงค์ให้กับทหารที่ติดตามไปได้รู้แล้วลือเชดก็ได้นำม้าออกไป จนกระทั่งถึงชายป่าที่ติดอยู่กับเมืองไชยาชาล เขาก็ยกมือขึ้นเป็นสัญญาณสั่งให้ทหารทั้งหมดหยุดม้าทั้งหมดหยุดม้าอยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่แล้วส่องไปที่เมืองไชยาชาลแต่ก็ยังไม่เห็นมีสิ่งใดผิดปกติ “ไม่มีสิ่งใดผิดปกติเลยนะท่านลือเชดตลอดเส้นทางที่ลาดตระเวนผ่านมา ก็เรียบร้อบดีข้าว่าเรากลับกันเถิด” ลือเชดพยักหน้าอนุญาตให้เหล่าทหารกลับกันได้ แต่ในขณะที่ลือเชดกำลังจะหันหลังขี่ม้ากลับไป

ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงร้องของม้าดังอยาไม่ไกลนักและเสียงร้องของมันดูเหมือนว่าจะหมดเรี่ยวแรงเต็มทีแล้วเพราะแผ่วลงเต็มที่ลือเชดหยุดม้าลงทันที และเหล่าทหารที่ขี่ม้าอยู่ก็ค่อยหยุดตามไปด้วยลือเชดได้บอกให้ทุกคนค้นหาที่มาของเสียงจนกระทั่งทั้งหมดได้เห็นม้าสีขาวนวลตัวหนึ่งนอนนิ่งอยู่ในพุ่มหนามโดยที่ข้อเท้าของมันนั้นถูกพันด้วยเถาวัลย์แล้วมันก็หายใจอย่างโรยรินอย่างหมดเรี่ยวแรง “ม้าบาดเจ็บนี้เป็นของใครกันนะ ช่างน่าสงสารเสียจริง” “น่าสงสารก็จริงแต่เราเข้าไปช่วยมันไม่ได้นะขอรับ” เพราะที่ม้านอนอยู่คือเขตแดนของเมืองไชยาชาล ลือเชดนั้นรู้ดีแล้วยืนคิดอยู่พักใหญ่เลยทีเดียว

จากนั้นเขาก็สั่งให้ทหารเดินทางกลับส่วนตัวเขาก็ได้ขี่มาตามติดรั้งท้ายมาในขณะที่เดินทางกลับลือเชดก็ได้ยินเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของม้าตัวนั้นอยู่ตลอดเวลาจนในที่สุดเขาก็ได้ตัดสินใจกลับไปช่วยมันลือเชดได้สั่งให้ทหารทั้งหมดกลับไปก่อนแล้วให้เหตุผลว่าเขาจะสุ่มดูสถานการณ์อีกพักหนึ่งเมื่อเหล่าทหารได้ยินคำสั่งก็เดินทางกลับกันจากนั้นลือเชดก็ได้ควบม้ากลับไปยังทิศทางเดิมพอใกล้จะถึงบริเวณที่ม้าสีขาวนวลนอนเจ็บอยู่เขาก็รีบลงจากหลังม้าแล้วเดินเข้าไปในเขตของเมืองไชยาชาลอย่างระมัดระวังตัวเมื่อไปถึงลือเชดก็นั่งลงแล้วใช้มือลูบหัวของม้าสีขาวนวลเบาๆ

ในครั้งแรกที่มือสากสัมผัสกับม้าตัวนั้นมันก็สะดุ้งเล็กน้อยแต่เพราะคงใกล้จะหมดแรงแล้วมันเลยไม่ค่อยแสดงอาการตกใจมากนักลือเชดได้ลูบไล้ไปบนตัวของม้าตัวนั้นเพื่อสร้างความคุ้นเคย และหันมองซ้ายขาวอย่างระมัดระวังไปด้วยเขาใช้มีดที่ติดตัวมาตัดเถาวัลย์เส้นใหญ่ที่พันรอบข้อเท้าของมันออกจนหมดแล้วใช้มีดฟันฝ่าโพรงหนามจนม้าสีนวลลุกขึ้นมาได้มันค่อยๆ เดินออกมาจากโพรงหนามแต่มันเดินไปได้ไม่เท่าไหร่ก็หมดแรงและล้มตัวลงนอนอยู่ตรงนั้น “ลุกเดี๋ยวนี้ ลุกขึ้น เจ้าต้องลุกขึ้น เราต้องรีบไปกันเดี๋ยวนี้” ลือเชดกระซิบบอกกับม้าตัวนั้น แล้วรู้สึกเป็นกังวลเพราะเขาได้ล่วงล่ำเข้ามาในเขตของเมืองไชยาชาลนานพอสมควรแล้ว

เมื่อพยายามบอกให้ม้าสีขาวนวลลุกขึ้นแต่มันก็ยังนอนนิ่ง หายใจฟืดฟาดอยู่อย่างนั้น ลือเชดนั้นเข้าใจมันดี เพราะเห็นแล้วว่ามันบาดเจ็บสาหัส แล้วถ้าไม่ได้รับการรักษาอีกไม่นานมันก็คงจะต้องตายอีกแน่นอนแต่ตอนนี้เขาอยากให้มันพยายามเดินไปให้พ้นเขตแดนของเมืองไชยาชาลเสียก่อน ลือเชดไม่รู้จะทำอย่างไร และในระหว่างที่กำลังคิดแก้ปัญหาอยู่นั้นจู่ๆ ก็มีทหารของเมืองไชยาชาลลาดตระเวนผ่านมา 2 คน

ทหาร 2 คนนั้นเอะอะโวยวายเมื่อเห็นลือเชด เพราะทั้ง 2 คนจำชุดทหารที่ลือเชดสวมใส่ได้และรู้ว่าเป็นทหารที่มาจากเมืองน่านฟ้า “เจ้า เจ้าเป็นทหารของเมืองน่านฟ้า ข้าจะฆ่าเจ้า” เมื่อเข้าต่อสู้กันลือเชดก็สามารถจัดการกับทหารทั้ง 2 คนนั้นได้อย่างง่ายดาย หลังจากที่จัดการทหารเสร็จแล้วเขาก็นั่งลงที่ข้างๆ ม้าสีขาวนวลแล้วพูดปลอบใจมันพร้อมกับคอยลูบหัวลูบตัวเพื่อปลุกให้มันมีกำลังใจ ม้าสีขาวนวลตัวนั้นมองหน้าลือเชดด้วยแววตานิ่งๆ จากนั้นมันก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปโปรดติดตามตอนต่อไป

อ่านบทความต่อไป คลิ๊ก !!!  โลก

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนบ้านโกรกสิงขร
โรงเรียนบ้านโกรกสิงขร
โรงเรียนบ้านโกรกสิงขร
โรงเรียนบ้านโกรกสิงขร