head-bankroksingkhon
โรงเรียนบ้านโกรกสิงขร
head-bankroksingkhon
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านโกรกสิงขร
หน้าหลัก » นานาสาระ » อารยะธรรมในอียิปต์โบราณ

อารยะธรรมในอียิปต์โบราณ

อัพเดทวันที่ 1 ธันวาคม 2020

อารยะธรรมในอียิปต์ โบราณ

อารยะธรรมในอียิปต์

อารยะธรรมในอียิปต์ นั้นถือได้ว่าอารยะธรรมที่มีความเก่าแก่ที่สุดในโลกมีที่ตั้งอยู่ในลุ่มแม่น้ำไนล์ ทั้งยังเป็นอารยะธรรมที่เป็นพื้นฐานให้แก่ประเทศหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นทางด้านภูมิศาสตร์ วรรณกรรม ศิลปะ ศาสนา การแพทย์ หรือแม้กระทั่งทางด้านการปกครองอารยะธรรมอียิปต์ยังเป็นรากฐานให้แก่เหล่าอารยะธรรมต่างที่เกิดขึ้นมาในภายหลังการล่มสลายของอียิปต์อีกด้วย บทความนี้ขอนำเสนอเกี่ยวกับอารยะธรรมในอียิปต์โบราณ 

ชาวอียิปต์นั้นทีวิถีชีวิติที่เชื่อมโยงเกี่ยวกับศาสนาเป็นส่วนใหญ่ กล่าวคือในสมัยตั้งแต่ยุคที่อารยะธรรมอียิปต์ยังเจริญรุ่งเรื่องอยู่ศาสนานั้นถือเป็นวิถีชีวิตอย่างหนึ่งที่สำคัญของชาวอียิปต์ ผู้คนในอียิปต์โบราณนั้นต่างนับถือบูชาเทพเจ้าต่าง ๆ  ขาวอียิปต์โบราณนั้นเชื่อเทพเจ้าที่พวกเขานับถือนั้นจะลงมาจุติในร่างของกษัตริย์ นอกจากนี้ยังมีความเชื่อเกี่ยวกับชีวิตหลังความตายชาวอียิปต์จึงมีการสร้างพีระมิดขึ้น เพราะพวกเขาเชื่อว่าเมื่อกษัตริย์ของพวกเขาตายเทพพระเจ้าที่อยู่ในตัวกษัตริย์องค์นั้นจะกลับมาจุติและคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง และชาวอียิปต์ยังมีความเชื่อเกี่ยวกับเวรกรรมพวกเขาเชื่อว่าหากบุคคลใดกระทำการที่ชั่วร้าย ลบหลู่พระผู้เป็นเทพเจ้าพวกเขาทั้งหลายเมื่อตายไปแล้วจะไม่พบความสงบสุข ชีวิตหลังความตายของพวกเขาจะต้องทุกทรมาณจากการลงโทษของพระผู้เป็นเจ้าและพวกเขาจะไม่สามารถกลับมามีชีวิตได้อีก แต่หากว่าบุคคลใดบูชาเทพเจ้าประพฤติตนอยู่ตามคำสอนของพระผู้เป็นเจ้าบุคคลทั้งหลายเหล่านั้นจะพบกับความสงบสุขหลังความตายและเมื่อตายไปแล้วพระผู้เป็นเจ้าจะนำพาวิณญาณของผู้ที่นับถือไปสู่ยังสวรรค์ที่สวยงามและยิ่งหากบุคคลนั้นเป็นตัวแทนแห่งเทพพระเจ้าจะนำพาดวงวิณญาณของเขากลับมาจุติลงที่ร่างเดิมอีกครั้ง

ชาวอียิปต์จะมีการตั้งชื่อเทพเจ้าของตนที่สามารถสื่อความหมายหรือคุณสมบัติของเทพเจ้าเหล่านั้น อาธิเช่นเทพีไอซิสเทพีซึ่งเป็นเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์ เทพเจ้าแต่ละองค์จะได้รับการบูชาในช่วงเวลาที่แจกต่างกันไป เช่นเทพเจ้าเซ็ทซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งการทำสงคราม จะถูกบูชาในช่วงที่กษัตริย์อียิปต์จะนำทัพไปต่อสู้ยึดเมืองต่าง ๆ เหล่านักบวชจะเริ่มทำพิธีบูชาเทพเจ้าเซ็ทเพื่ออวยพรให้แก่กษัตริย์ชนะในสงครามครั้งนั้น ในช่วงราชวงศ์ที่สามของอียิปต์โบราณประชาชนทุกคนต่างเชื่อกันว่ากษัตริย์นั้นเป็นตัวแทนที่พระเจ้ามอบหมายมาเพื่อทำหน้าที่เป็นสะพานที่จะนำพาประชาชนที่อยู่ภายใต้การปกครองไปสู่อ้อมกอดของพระเจ้าชาวอียิปต์นั้นจึงเชื่อกันว่ากษัตริย์นั้นเป็นสะพานที่ใช้ข้ามไปสู่เมืองของเทพเจ้า ในช่วงอียิปต์โบราณนั้นไม่ใช่เพียงแต่กษัตริย์เท่านั้นที่มีบทบาทสำคัญ บุคคลอีกกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญใวงยุคอียิปต์โบราณก็คือ
ปุโรหิตบุคคลเหล่านี้เป็นพราหมณ์ประจำราชสำนัก มีหน้าที่ให้คำปรึกษาในทางขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี และทำพลีกรรมบูชาในลัทธิพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ ในพิธีขึ้นครองราชน์ของกษัตริย์แต่ละองค์นั้นปุโรหิตจะมีหน้าที่เป็นผู้มอบอำนาจของพระผู้เป็นเจ้าให้แก่กษัตริย์ นอกจากนี้ในสมัยอียิปต์โบราณปุโรหิตเป็นผู้เดียวที่ได้รับอนุญาติให้ใช้อำนาจแห่งเวทมนต์เพื่อป้องกันสิ่งชั่วร้าย ประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ ชาวอียิปต์เชื่อว่าเมื่อปุโรหิตเริ่มใช้เวทมนต์ในการต่าง ๆไม่ว่าจะเป็นการประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ การทำนายดวง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นผลที่ประเจ้าเป็นผู้ประทานให้

ในสังคมอียิปต์โบราณนั้นไม่ได้มีเพียงแต่เรื่องศาสนาเพียงเท่านั้น อารยะธรรมอียิปต์โบราณทางด้านการปกครองนั้นยังเป็นรากฐานให้แก่อารยะธรรมอื่น ๆ ในโลกด้วย การปกครองของอียิปต์โบราณในยุคแรกเริ่มนั้นชาวอียิปต์มีการปกครองในรูปแบบการแบ่งชนชั้นทางการปกครองโดยจะแบ่งออกเป็นทั้งหมดสามชนชั้น ได้แก่ชนชั้นสูง ชนชั้นกลาง ชนชั้นล่าง โดยชนชั้นสูงนั้นจะประกอบไปด้วยเชื้อพระวงศ์ นักบวช และเหล่าขุนนาง ชนชั้นกลาง ได้แก่พ่อค้า ช่างฝีมือ และเสมียน ส่วนชนชั้นล่างนั้นจะประกอบไปด้วยชาวนา และผู้ใช้แรงงาน ในยุคอียิปต์โบราณผู้ที่ปกครองบ้านเมืองกล่าวคือกษัตริย์ จะถือเรียกด้วยคำว่า ฟาโรห์”  ซึ่งมีความหมายว่าผู้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน เช่นนี้จึงถือได้ว่าฟาโรห์นั้นเป็นบุคคลที่มีอำนาจสูงที่สุดในประเทศ  แต่อย่างไรก็ดีฟาโรห์นั้นไม่ใช่ผู้เดียวที่บริหารประเทศ ฟาโรห์จะมีคณะเสนาบดีซึ่งเป็นผู้ช่วยในการตัดสินใจในเรื่องการจัดการบ้านเมือง ทั้งนี้ยังเป็นผู้ที่มีอำนาจจัดส่งข้าหลวงไปประจำยังหัวเมืองต่าง ๆของอียิปต์อีกด้วย อย่างไรก็ดีในการปกครองสมัยอียิปต์โบราณนั้นก็มีเรื่องที่แปลกจากการปกครองของอารยะธรรมอื่น ๆ นั้นก็คือในยุคอียิปต์โบราณนั้นในช่วงทำสงครามอียิปต์จะไม่ส่งเหล่าทหารเข้าทำสงครามแต่จะส่งเหล่าชาวบ้านเข้าทำสงครามแทน ส่วนทหารนั้นจะอยู่ประจำ ณ เมืองหลวงของอียิปต์

ในสมัยอียิปต์โบราณนั้นไม่ได้มีเพียงแต่ความเชื่อ ศาสนา และการปกครองเท่านั้นแต่ยังมีการแพทย์ที่ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ในช่วงยุคแรกของอียิปต์โบราณการรักษาทางการแพทย์นั้นยังคงเป็นเรื่องทางไสยศาสตร์อยู่ พลเมืองชาวอียิปต์เชื่อว่าเมื่อพวกเขามีอาการป่วยนั้นหมายถึงว่าพวกเขากำลังโดนมนต์ดำร้ายแรงเข้าทำร้ายจนทำให้พวกเขามีอาการเจ็บป่วย แต่หลังจากนั้นไม่นานชาวอียิปต์ก็เริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับการแพทย์พวกเขาเริ่มใช้สมุนไพรในการบำบัดอาการป่วยทางร่างกาย เริ่มมีการคิดค้นยาจากสมุนไพร จนกระทั่งในช่วงสมัยอียิปต์ยุคราชวงศ์ที่สี่ได้เกิดวิธีการเก็บศพหรือที่เรารู้จักกันว่า การทำมัมมี่ โดยการทำมัมมี่นั้นตามความเชื่อของชาวอียิปต์การทำมัมมี่นั้นเป็นการเก็บรักษาร่างกายของผู้ตายให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์มากที่สุดเพื่อให้ผู้ที่ตายไปแล้วสามารถกลับมามีชีวิตในร่างที่สมบูรณ์ได้อีกครั้ง 

อารยะธรรมอียิปต์โบราณกินเวลายาวนานถึงสามพันปีนั้นแสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของวัฒนธรรมที่ผู้คนนั้นเลื่อมใสกัน ความสามัคคีที่ยิ่งใหญ่ของพลเมืองชาวอียิปต์โบราณสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่ออันเป็นจิตวิณญาณของชาวอียิปต์ที่รักและบูชาในเทพเจ้า รวมทั้งการรักและบูชาในฟาโรห์ผู้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน แม้ปัจจุบันอาณาจักรอียิปต์โบราณจะได้ล่มสลายลงไปแล้วก็ตาม แต่อารยะธรรมของอียิปต์โบราณนั้นไม่ได้ล่มสลายไปตามอาณาจักรของอียิปต์โบราณเลย จะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะเป็นความเชื่อทางด้านศาสนาหรือการปกครองของอียิปต์โบราณนั้น ล้วนเป็นรากฐานให้แก่เหล่าอารยะธรรมที่เกิดขึ้นภายหลังอียิปต์โบราณทั้งสิ้น อาจกล่าวได้ว่าอารยะธรรมอียิปต์โบราณนั้นไม่ได้สูญหายไปแต่อย่างใด แต่อารยะธรรมเหล่านั้นถูกนำมาเป็นรากฐานเป็นการส่งต่ออาระยะธรรมจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนบ้านโกรกสิงขร
โรงเรียนบ้านโกรกสิงขร
โรงเรียนบ้านโกรกสิงขร
โรงเรียนบ้านโกรกสิงขร