head-bankroksingkhon
โรงเรียนบ้านโกรกสิงขร
head-bankroksingkhon
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านโกรกสิงขร
หน้าหลัก » นานาสาระ » กิจกรรมในเกม Pokemon Sword and Shield สำหรับเล่นคนเดียว

กิจกรรมในเกม Pokemon Sword and Shield สำหรับเล่นคนเดียว

อัพเดทวันที่ 27 มกราคม 2021

5 กิจกรรมในเกม Pokemon Sword and Shield สำหรับเล่นคนเดียว

Pokemon

Pokemon เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2019 เกม Pokemon ภาคใหม่ Sword and Shield ได้ปล่อยให้เกมเมอร์ได้สัมผัสพร้อมกับ DLC อีกสองตัวคือ The Isle of Armor และ The Crown Tundra ที่ถูกเพิ่มเข้ามาในภายหลัง แต่ใครที่เริ่มมาเล่นเกมแฟรนไชส์นี้เป็นครั้งแรก จะรู้สึกว่าตัวเกมมันสั้นเล่นไม่นานก็จบได้ ซึ่งอันที่จริงแล้วนั่นเป็นเพียง Tutorial เท่านั้น การเล่นเกมที่แท้จริงจะเริ่มต้นเมื่อเราเล่นแบบออนไลน์ Rank Battle โดยการจัดทีม Pokémon ของเราสี่ตัว โหมดที่นิยมที่สุดคือเล่นแบบ Double ซึ่งให้แต่ละฝ่ายใช้ Pokémon ลงสนามพร้อมกันสองตัว ส่วนอีกสองตัวเก็บเอาไว้สำรอง เพื่อสลับกับตัวที่อยู่ในสนามเมื่อมันหมดสภาพที่จะต่อสู้ได้ หรือเราต้องการเปลี่ยนตัว Pokémon เพื่อปรับกลยุทธ์ในการเล่น ฝ่ายไหนไม่เหลือ Pokémon ให้ต่อสู้แล้วจะเป็นฝ่ายแพ้ไป

แต่การเล่น Rank Battle ต้องใช้เวลาในการศึกษาข้อมูลของเกม ความสามารถของ Pokémon แต่ละตัวว่ามีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง และต้องจัดทีมแบบไหนจึงจะสามารถเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ รับมือได้หลายสถานการณ์ หรือมีโอกาสชนะสูง ซึ่งนั่นอาจเข้าถึงได้ยากสำหรับคนทั่วไปหรือผู้เล่นเริ่มต้น จนคิดอยากเลิกเล่นเกมนี้ไป แต่จริงๆ แล้วตัวเกม Pokémon Sword and Shield มีระบบการเล่นอื่นๆ นอกจากการแข่งขันออนไลน์อีกหลายอย่าง และมีความสนุกไม่แพ้กัน ดังต่อไปนี้

1.Battle Tower

ในเนื้อเรื่องหลักเราจะได้มีโอกาสไปที่นั่นในช่วงท้ายๆ และเมื่อเรากลับมาที่นี่อีกครั้งหลังเล่นจบเนื้อเรื่องแล้ว เกมจะปลดล็อกโหมด Battle tower ให้ โดยหลักๆ แล้วเป็นระบบที่ให้เราจัดทีม แล้วสามารถเลือกว่าจะเล่นแบบ Single หรือ Double จากนั้นเราจะได้สู้กับ NPC ไปเรื่อยๆ ค่อยๆ ไต่ระดับความยากไป หากชนะจะได้ BP เป็นรางวัลใช้สำหรับแลกเปลี่ยนเป็นไอเทมในการพัฒนาค่าความสามารถของ Pokémon หรือไอเทมเสริมความสามารถอื่นๆ ถ้าพูดให้เข้าใจง่าย คือ เป็นโหมดการเล่นแข่งขันที่คล้ายกับ Rank Battle แค่เราไม่ได้สู้กับคนจริงๆ เป็นเพียง AI ของเกม ถึงแม้จะเป็นการเล่นกับ NPC หากเราประมาทจัดทีมมั่วๆ ไม่ได้ดูความเข้ากันก็แพ้ได้ง่ายๆ การเล่นแบบนี้เราถือซะว่าเป็นการฝึกฝนก่อนลงสนามเล่นกับคนจริงๆ

2. Galar League

ระหว่างเนื้อเรื่องเราจะได้ลงแข่งแบบ Tournament ครั้งสุดท้ายซึ่งเป็นการชิงตำแหน่งแชมเปียนส์ของภูมิภาค แม้เราจะเล่นจนจบแล้วก็สามารถเข้ามาแข่งในโหมดนี้ได้เรื่อยๆ ซึ่งเราสามารถใช้ฆ่าเวลาได้ดี และเป็นจุดหาเงินได้ง่าย

3. Dens

ฟังก์ชันใหม่ที่ถูกเพิ่มมาในภาคนี้คือระบบ Dyanamax ที่ทำให้ Pokémon ของเราขยายร่างเป็น Pokémon ยักษ์ ซึ่งตามเนื้อเรื่องเล่าว่าเป็นปรากฏการณ์ประหลาดที่จู่ๆ Pokémon ก็ขยายตัวขึ้นและออกอาละวาด เราในฐานะ Pokémon Trainer ที่ดีจึงต้องไปกำราบมันให้สงบ

สำหรับระบบเกมจะปรากฏตามแผนที่เป็นเสาลำแสงสีชมพู หรือสีม่วงจาก Dens โดยให้เราไปหาเสา จากนั้นก็เข้าไปใน Dens ซึ่งเป็นมิติพิเศษและตรงหน้าก็คือ Pokémon ยักษ์ โดยเราไม่ได้มาคนเดียว ยังมี NPC อีกสามตัวมาช่วย แต่บางทีก็มาเป็นภาระเช่นกัน ซึ่งเราสามารถเล่นแบบออนไลน์ให้ผู้เล่นอื่นเข้ามาช่วยสู้ได้เช่นนั้น

เมื่อจัดการมันได้แล้ว เราจะมีโอกาสได้จับ Pokémon ตัวนั้น ซึ่งจะได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับดวงของคุณ ความเก่งของ Pokémon ที่เราจับได้นั้นจะขึ้นอยู่กับดาว ซึ่งมีตั้งแต่หนึ่งดาวจนถึงระดับห้าดาว และแน่นอนว่า Pokémon ห้าดาวก็ไม่ได้ให้เราจัดการง่ายๆ จะมีโอกาสแพ้สูงขึ้นหากเราเล่นคนเดียว มองว่าเป็นความท้าทายแบบหนึ่งที่มอบความสุขให้ได้ไม่น้อยเลย

4. Galarian Star Tournament

นี่เป็นระบบที่เราจะสามารถเล่นได้เมื่อซื้อ DLC แล้วเท่านั้น ระบบหลักของมันคล้ายกับการเล่น Galar League ของตัวเกมหลัก แต่นั่นเป็นการแข่งขันของเราคนเดียวเพื่อเป็นแชมเปียนส์ภูมิภาค สำหรับ Galarian Star Tournament จะเป็นการเล่นแบบจับคู่กันกับตัวละครหลักที่เราพบเจอในเกม ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนของเรา Hop หรือ Marnie,หัวหน้า Gym ทั้ง 9 คน หรืออดีตแชมเปียนส์อย่าง Leon

นอกจากที่เราจะได้เงินเป็นรางวัลแล้ว เราจะได้พูดคุยกับคู่หูของเรา ได้รับรู้ความรู้สึกของพวกเขาที่มีต่อเรามากขึ้น ซึ่งเป็นข้อความสั้นๆ ที่ดีต่อใจมากๆ สำหรับใครที่มีตัวละครที่ชอบอยู่ด้วยแล้ว ต้องมีความสุขที่ได้พูดคุยกับพวกเขาอย่างแน่นอน

5.Dynamax Adventures

เป็นอีกระบบหนึ่งที่ถูกเพิ่มเข้ามาใน DLC เช่นกัน คล้ายกับระบบ Dens ในตัวเกมหลัก แต่ความพิเศษคือเราจะได้ต่อสู้ และมีโอกาสได้จับ Pokémon Legend ของภาคเก่าๆ แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะกว่าที่เราจะไปถึงมันได้ต้องเล่นเขาวงกตที่มีเส้นทางแยกหลายทาง และ Pokémon Legend ได้รอเราที่ปลายทางของเขาวงกต ให้เราได้ตัดสินใจเลือกเองว่าอยากจะสู้กับ Pokémon ตัวไหนก่อน แบบนี้สามรอบ

อีกทั้งเราจะไม่ได้ใช้ Pokémon ของตัวเองในการเล่นระบบนี้ เพราะตัวเกมจะทำการสุ่มก่อนเริ่มต้น โดยมีให้เลือกสี่ตัวซึ่งแต่ละตัวนั้นก็ไม่ได้เก่งทางใดทางหนึ่งมากเป็นพิเศษ อาจต้องใช้ประสบการณ์ประมาณหนึ่งในการเลือกสักตัว อย่างไรก็ดีเรายังมีโอกาสเปลี่ยน Pokémon ได้โดยการชนะและจับ Pokémon ระหว่างทาง

ในเมื่อระบบนี้คล้ายกับระบบ Dens เวลาที่เราจะเล่นโหมดนี้เราจึงไม่ได้มาคนเดียวยังมี NPC อีกสามตัวมาด้วย ซึ่งอาจจะมาช่วยเราหรือถ่วงเราขึ้นอยู่กับดวงล้วนๆ แต่ใครที่อยากมีโอกาสชนะมากขึ้นจำเป็นต้องเล่นแบบออนไลน์ อย่างไรก็ดี แม้เรายังสามารถเล่นคนเดียวได้อยู่ และความท้าทายที่สุดคือเมื่อเล่นจนชนะด้วยตนเอง

เกม Pokémon Sword and Shield แม้ดูภายนอกจะเป็นเกมง่ายๆ เหมาะสำหรับเด็ก แต่เมื่อเราเล่นมันอย่างจริงๆ จังๆ จะเห็นว่ามันเป็นเกมที่สามารถเป็น Esports ได้ไม่ยากเลย คล้ายกับการ์ดเกมที่ให้เราจัดสำรับในสไตล์ของตัวเอง และต่อสู้กับสำหรับของคนอื่นๆ ที่รูปแบบการเล่นแปลกๆ ไม่เคยเห็น มีความเก่งและจุดอ่อนที่เฉพาะตัวกันไป เหมาะมากในการพัฒนาความคิด และเรื่องการวางแผน นอกจากนี้ใครที่ชอบในความเท่หรือน่ารักของเหล่า Pokémon ก็ยังสามารถเล่นในรูปแบบอื่นอย่างที่ต้องการได้

อ่านบทความต่อไป คลิ๊ก !!!  สิ่งสำคัญของ เวลา

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนบ้านโกรกสิงขร
โรงเรียนบ้านโกรกสิงขร
โรงเรียนบ้านโกรกสิงขร
โรงเรียนบ้านโกรกสิงขร